วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ดินประสิวกับการเกิดมะเร็ง ได้อย่างไร......ต้องอ่าน

ดินประสิวกับการเกิดมะเร็ง


ดินประสิวคืออะไร

         
          ดินประสิว  คือ  สารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า  โพแทสเซียมไนเตรท (Potassium  nitrate)  มีสูตรทางเคมี  คือ  KNO3 มีลักษณะเป็นผงสีขาว  ละลายน้ำได้ดี  ไม่มีกลิ่น  มีรสเค็มเล็กน้อย  อาจมีการเปลี่ยนรูปได้ระหว่างไนเตรทกับไนไตรท์  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม

ดินประสิวใช้ทำอะไร

          ในทางธุรกิจอาหาร ใช้ดินประสิวเป็นสารกันบูดและถนอมอาหาร  ทำให้สีเนื้อสัตว์ดูสดอยู่เสมอ  และนอกจากนี้ยังช่วยในการป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้หลาย ชนิด  เช่น  คลอสตริเดียมโบทูลินัม  ซึ่งมักเจริญเติบโตในอาหารกระป๋อง  แต่ในทางการค้า  พ่อค้า  แม่ค้า  ที่ไม่รู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหรืออาจจะด้วยความเห็นแก่ตัว  ต้องการขายสินค้าได้มาก ๆ โดยที่มีสีสวยงามปกป้องความไม่สดของอาหาร  ก็อาจใส่สารโพแทสเซียมไนเตรทในปริมาณที่มากเกินไป  จนเป็นอันตรายได้

ชนิดของอาหารที่มีสารดินประสิวเจือปน

          อาหารที่นิยมใส่ดินประสิวได้แก่  เนื้อหมู  เนื้อปลา  เนื้อวัว  เนื้อเค็ม  ปลาเค็ม  กุนเชียง  ไส้กรอก  เบคอน  แหนม  เนื้อสวรรค์  ไตปลาดิบ  ปลาร้า  ปลาเจ่า  และอื่น ๆ

อันตรายที่เกิดจากดินประสิว

           ดังที่กล่าวมาแล้วว่าดินประสิวคือ  สารเคมีที่เรียกว่า  โพแทสเซียม ไนเตรท (KNO3) ซึ่งเปลี่ยนรูปไปมาระหว่างไนเตรทกับไนไตรท์ได้โดยแบคทีเรียบางชนิด  เมื่ออยู่ในรูปของไนไตรท์มันจะทำปฏิกิริยากับสารประกอบบางอย่างในอาหารที่ เรียกว่าสารเอมีน (Amine) โดยมีน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเป็นตัวช่วย  ทำให้เกิดสารประกอบที่เรียกว่า  ไนโตรซามีน (Nitrosamines)  ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง  ทำให้เป็นมะเร็งที่ปอด  หลอดลม  หลอดอาหาร  สำไส้ใหญ่  ลำไส้ดูโอดินัม  ตับ  ไต  ผิวหนัง  โพรงจมูก  สมอง  และกระเพาะปัสสาวะ  เป็นต้น

           สารประกอบไนโตรซามีน ยังสามารถเกิดได้เองโดยตรง  นั่นคือ  เมื่อรับประทานอาหารที่มีสารเอมีนสูง  เช่นปลาหมึก  หอย  เมื่อเรานำมาปิ้งย่างด้วยไฟแรงๆ  จะมีกลไกการทำปฏิกิริยาไนโตรเจนในอากาศกับเอมีนในอาหาร  ประกอบกับมีความร้อนสูง  จึงก่อให้เกิดสารไนโตรซามีนขึ้นได้เช่นกัน
  นอกจากนี้ผักที่มีไนเตรทสูง  เช่น  ผักคะน้า  ผักกาดขาว  ผักกาดหอม  และผักบุ้งจีน  ถ้าใส่ปุ๋ยมากเกินไป  ก็จะมีการตกค้างของไนเตรทสูง  เมื่อนำผักมารับประทาน  จะทำให้น้ำลายขับสารไนเตรทออกมามาก  และเมื่อรับประทานอาหารที่มีสารเอมีนสูง  เช่น  ปลาหมึก  หอย  ก็จะเกิดการผสมกันระหว่างสารเอมีนกับไนเตรทประกอบกับมีกรดในกระเพาะอาหารพอ เหมาะ  ทำให้เกิดสารประกอบของไนโตรซามีนขึ้น  ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งขึ้นได้
การป้องกันและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งควรปฏิบัติดังนี้

     1. อย่ารับประทานอาหารซ้ำซาก  จำเจ  เพราะจะทำให้ได้รับสารมากเกินไป  และเกิดโรคได้
     2. หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง  เช่น  ปลาหมึก  หอย  เป็นต้น
     3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสีแดงผิดปกติจากธรรมชาติ  เช่น  เนื้อแดดเดียว  กุนเชียง  เป็นต้น
     4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูปต่างๆ  เช่น  ไส้กรอก  แฮม  เป็นต้น
     5. รับประทานอาหารที่มีวิตามินซี  และวิตามินอีสูงหลังอาหารเพราะวิตามินดังกล่าวสามารถยับยั้งการเกิดสารไนโต รซามีนในกระเพาะอาหารได้

     นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากที่จะทำให้เกิดมะเร็งได้  เช่น  การกินเหล้า  สูบบุหรี่  เชื้อรา  การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี  อาหารปิ้งย่าง  รมควัน  ฮอร์โมนเอสโตรเจน  ไขมัน   เป็นต้น

ข้อมูลจาก http://www.nfi.or.th/th/Newdetail.php?lang=th&aid=539&cid=6&bid=
http://www.oshthai.org/index.php?option=com_linkcontent&Itemid=68&sectionid=22&pid=59.297&task=detail&detail_id=587&lang=th

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น